จริงๆแล้วเนี่ย... ถ้าคุณเป็นคนที่ปล่อย blog ของคุณว่างๆทิ้งไว้ซักสาม-สี่เดือนขึ้นไปเนี่ย... คุณว่ายังจะมีคนสนใจมา tag คุณอีกไหม...
แต่ว่าการมีเพื่อนดีๆแบบไม่เคยลืม(ว่าเราก็เขียนนะ)แล้วก็ tag ตูมมาหาเรานี่... คุณจะว่ายังไง......
ขอขอบคุณ
Izabelle
ที่อยู่ๆก็ทำให้ต้องลุกขึ้นมาปัดฝุ่น blog กันใหม่หมด ทั้งๆที่งานก็ท่วมหัว เวลาจะเล่นเกมก็ไม่มีแล้วแท้ๆ...
เอาเหอะ... เรื่องจัดหน้าจัดตา blog เอาไว้ก่อนก็ได้ ขอเขียนๆให้มันจบเรื่องไปแล้วหาคนซวยต่อดีกว่า
แล้วอะไรคือ tag?
|
อะไรคือ Blog-Tag? Blog-Tag ก็คือการให้นักเขียนบล็อกเขียนสิ่งที่ไม่ค่อยมีใครรู้เกี่ยวกับตัวเอง 5 ข้อ แล้วโยน tag ให้คนอื่นอีก 5 คนเขียนต่อ |
ก็ตามนั้นแหละ จิ๊กมาจากบล๊อคชาวบ้าน... รู้สึกเหมือนโดนลากมาเล่นแชร์ลูกโซ่ชอบกล แต่เอาก็เอาวะ! เริ่มกันเลย!!
ข้อที่หนึ่ง.
ผมเกิดมาพร้อมกับปัญหาที่ข้อเท้า ทั้งสองข้างเลย เหตุด้วยตอนอยู่ในท้องแม่นั้นดันผ่าไปอยู่ผิดท่าหรืออะไรนี่แหละ กระดูกข้อเท้าผมเลยคดทั้งสองข้าง และยิ่งโตก็ยิ่งคดซะด้วย ฉะนั้นตั้งแต่เด็กแล้วที่หมอจะเตือนว่าระวังตัวอย่าให้อ้วนเกินไป...
แต่สุดท้ายก็เป็นอย่างที่เห็นกันทุกวันนี้ จนโดนด่าแล้วด่าอีกจากหมอเจ้าประจำ และก็โดนขู่ด้วยว่าให้ลดความอ้วน และห้ามวิ่งจนกว่าจะน้ำหนักน้อยกว่า 70kg ไม่งั้นแก่ไปก็ไม่ต้องยืน...
ข้อที่สอง.
ผมเกือบจมน้ำตายไปรอบตอนเด็กๆ เกือบในที่นี้คือรอดแบบปาฎิหารย์เลย ไม่งั้นไม่เอามาบอกกันหรอก เรื่องคือสมัยนั้นหมู่บ้านยังมีสระว่ายน้ำดีๆอยู่ แม่ผมเขาอยากให้ว่ายน้ำได้ ก็เลยจับผมไปแช่สระเด็กเล่นตั้งแต่ตอนสองสามขวบ แล้วผมก็ดันชอบน้ำมากซะอีก ไม่ค่อยจะยอมขึ้นจากน้ำเท่าไหร่ จนครั้งหนึ่งแม่เขาคงเหนื่อยเลยผละจากผมไปดื่มน้ำหรืออะไรแว่บนึง... แต่ก็ไอ้แว่บนั้นแหละที่ผมปีนขอบสระเด็กแล้วลองกระโดดพุ่งหลาวลงสระลึกแบบชาวบ้านแถวๆนั้นทำให้ดูทันที
แล้วผมก็ไม่โผล่ขึ้นมาที่ผิวน้ำอีกเลย จนแม่แกเล่าให้ฟังตอนโตว่าน่าจะจมไปนานมาก นอนเล่นก้นสระจนแม่ไปลากขึ้นมา... ซึ่งตัวเองจำได้จนถึงตอนนี้แค่ว่าลองโดดพุ่งหลาวเอาหัวลงแค่นั้นเอง รอดตายมายังไงนี่จำไม่ได้แล้ว
ข้อที่สาม.
สมัยประถมต้น มักโดนหาว่าเป็นเด็กแปลกๆและแปลกเด็กตลอด เพราะอะไรไม่รู้เหมือนกัน และเพื่อนๆก็ไม่ยอมคบด้วยซักเท่าไหร่ ด้วยความที่ต้องรอแม่มารับตอนเย็นๆ แต่ดันไม่มีเพื่อนเล่น ผมเลยต้องหาอะไรทำยามว่างซะหน่อย... อะไรน่ะเรอะ? ก็คือการขึ้นไปห้องจริยธรรมแล้วขอครูนั่งสมาธิน่ะสิ... ทำอยู่ตั้งปีกว่าแหนะ จนมีคนแนะนำแม่ให้จับผมบวชเลยด้วยซ้ำ...
แล้วทำไมถึงเลิกน่ะเหรอ? เพราะจับได้ว่าครูจริยะที่นั่งสมาธิด้วยกันทุกวันดันนั่งหลับตลอดน่ะสิ
ข้อที่สี่.
เคยโดนหาว่าเป็นเด็กอัจฉริยะด้วยตอนม.ต้น ตอนนั้นเก๊งเก่ง สอบเข้าได้ที่ 18 จากหลายร้อยคน อยู่ห้องคิงและอื่นๆ และด้วยเหตุผลอะไรก็ไม่รู้ ก็มีทีมงานอะไรสักทีมเลือกไปเข้าโครงการหลักสูตรสำหรับเด็กอัจฉริยะอะไรนี่แหละ เย็นๆต้องไปนั่งให้เขาทดสอบอะไรก็ไม่รู้เยอะแยะ และเรียนพิเศษเพิ่มเติม... ส่วนใหญ่เกี่ยวกับเลข คำนวณ และไอคิวอะไรนี่แหละ โคตรเบื่อเลย... ขอบอก...
หลังจากนั้นโครงการเป็นยังไงไปแล้วผมก็จำไม่ได้ ไม่รู้ด้วยว่าทางนั้นได้ผลการทดสอบอะไรกลับไปมั่ง... แต่กับผมน่ะเหรอ? มันทำให้ผมเกลียดเลขไปเลยว่ะ...
ข้อที่ห้า.
ข้อนี้บอกตามตรงว่าถ้าเป็นแต่ก่อนจะไม่มีทางบอกใครเด็ดขาด
โคตรอาย!!
โคตรอายเลยจริงๆกับเรื่องนี้ แต่จนป่านนี้รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องขำๆของตัวเองไปแล้วมากกว่า คนที่รู้ก็มีแค่เพื่อนที่สนิทมากๆไม่กี่หัว พ่อแม่ แล้วก็แฟน อาจจะญาติๆอีกนิดหน่อยแค่นั้นเอง... ยังไม่เคยบอกใครให้โดนล้อเรื่องนี้มาก่อน ฉะนั้นยังไม่ชัวร์ว่าถ้าโดนแล้วจะมีปฎิกิริยาอย่างไร อาจจะแถมด้วยการต่อยสวนเลยก็ได้ ดังนั้นอย่าเพิ่งเสี่ยง
แล้วมันเรื่องอะไรกันน่ะเรอะ? เอาสั้นๆล่ะกัน...
"ผมเลิกดูดนมขวดตอนม.ห้า"
... นั่นแหละ ก็คนมันติดนี่หว่า ช่วยไม่ได้... ต้องหลบๆซ่อนๆน่าดูเลย...
หมดแล้ว!! ทีนี้มาถึงรายชื่อผู้โชคดีกันมั่ง
- รายที่หนึ่ง เต่ากี้ ตกลงกันไว้แล้วนี่
- เปรี้ยว ยังไม่เขียนก็โดนๆไปหน่อยล่ะกัน
- แล้วก็ เจ๊ดราโก้ โรซันไมเดน กลับมาอัพซะ
- อีเทนส์ อย่าว่ากันเลยนะ
- รายสุดท้าย ซวยหน่อย เปิดไปเจอพอดี โรตีคาแกส
ถ้าไม่เขียน ตูแช่งจริงๆด้วยล่ะ...
แก้ไขเพี่มลูกเล่น...
edit @ 2007/01/11 00:36:27